วันจันทร์ที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2568

⚡การแยกน้ำด้วยไฟฟ้าจะได้ H₂ : O₂ กี่เปอร์เซ็นต์?


จากสมการการแยกน้ำด้วยไฟฟ้า (electrolysis):

2H₂O ----> 2 H₂ + O₂

อัตราส่วนโมล (mole ratio) 
ของ H₂ : O₂ = 2 : 1

ดังนั้น ตามจำนวนโมล (และตามปริมาตรแก๊สภายใต้สภาวะเดียวกัน) จะได้

H₂ = 2/3 = 66.67% (ปริมาตรหรือโมล)

O₂ = 1/3 = 33.33% (ปริมาตรหรือโมล)

หากพิจารณาเป็น สัดส่วนตามมวล (มวล H₂ = 2×1 = 2 g/mol แต่อย่างเป็นจริงจาก 2 โมล H₂ = 4 g, 1 โมล O₂ = 32 g → รวม 36 g) จะได้

H₂ ≈ 11.11% ตามมวล

O₂ ≈ 88.89% ตามมวล

ข้อสังเกตปฏิบัติ:

เมื่อเก็บก๊าซที่อุณหภูมิและความดันเดียวกัน ให้ยึดเปอร์เซ็นต์ตามปริมาตร (66.7% H₂ / 33.3% O₂)

ในระบบจริง ค่าเหล่านี้อาจเปลี่ยนเล็กน้อยจากการรั่วซึม, crossover ผ่านเมมเบรน, หรือละอองไอน้ำ แต่อัตราสโตรคิโอเมทริกส์พื้นฐานจะยังคงเป็น 2:1 ตามข้างต้น.
____________________________

⭐ 1 kg LH₂ = ~11.1 Nm³ of hydrogen gas

🔹 น้ำ 1 ลิตร สามารถผลิตได้ประมาณ

H₂ ≈ 1.25 Nm³

O₂ ≈ 0.62 Nm³

รวมก๊าซทั้งหมด ≈ 1.87 Nm³

🔹หลักการ (Electrolysis)
ปฏิกิริยาแยกน้ำ:

มวลโมเลกุล:
น้ำ (H₂O) = 18 g/mol
ก๊าซไฮโดรเจน (H₂) = 2 g/mol

จากสมการ: น้ำ 18 กรัม → ไฮโดรเจน 2 กรัม

คำนวณ

ต้องการ LH₂ = 1,000 กรัม (1 kg)

น้ำที่ต้องใช้: 
= 9 กิโลกรัมน้ำ ( 9 ลิตร)

(น้ำ 1 กิโลกรัม = 1 ลิตร)

🎯 สรุป

⭐ 1 kg LH₂ ≈ 14.1 L LH₂

⭐ 1 L LH₂ ≈ 0.071 kg

ความหนาแน่นของ LH₂ (−253 °C) ใช้ = 70.85 kg/m³ → 1 kg LH₂ ≈ 14.114 L

ค่า พลังงาน (LHV) ของ H₂ ≈ 120 MJ/kg = 33.33 kWh/kg (รวมค่า HHV ≈ 39.41 kWh/kg)

คำอธิบาย Electrolysis ของน้ำ (H₂O) ที่มี NaOH ภายใต้ กระแสไฟฟ้ากระแสตรง (DC) พร้อมสรุป ปฏิกิริยาที่ anode / cathode, หลักการทำงาน, บทบาทของ NaOH โซเดียมไฮกรอกไซด์ หรือ โซดาไฟ และสิ่งที่เกิดขึ้นจริงในระบบอิเล็กโทรไลซ์แบบอัลคาไลน์ (Alkaline Electrolysis)

Electrolysis ของน้ำ + NaOH + DC ทำงานอย่างไร?

ภาพรวม

การแยกน้ำด้วยไฟฟ้า = ใช้ DC บังคับให้โมเลกุลน้ำแตกตัวเป็น

H₂ (ไฮโดรเจน) ที่ Cathode ขั้ว -

O₂ (ออกซิเจน) ที่ Anode ขั้ว +

แต่เพราะน้ำบริสุทธิ์นำไฟฟ้าไม่ดี → จึงต้องเติม NaOH (โซเดียมไฮดรอกไซด์) เพื่อเพิ่มการนำไฟฟ้าในระบบ ซึ่งเป็นหลักของ Alkaline Electrolysis

🔋 บทบาทของไฟฟ้า DC

ขั้ว Cathode = ขั้วลบ (-) ดึงดูด H⁺ / H₂O → ให้ e⁻ → เกิด H₂

ขั้ว Anode = ขั้วบวก (+) ดึงดูด OH⁻ → ดึง e⁻ ออก → เกิด O₂

แรงดันที่ต้องใช้:

ปฏิกิริยาต้องใช้ 1.23 V (theoretical)

ในโลกจริงต้องใช้ 1.8–2.2 V ต่อเซลล์ (ขึ้นกับอิเล็กโทรด, resistance, temperature)

🧪 ปฏิกิริยาในระบบ Alkaline Electrolysis

สารละลาย:

น้ำ + NaOH → เกิด OH⁻ จำนวนมาก → ช่วยนำไฟฟ้าได้ดี

ปฏิกิริยาที่ Cathode (ขั้วลบ) → สร้าง H₂

Cathode รับอิเล็กตรอน (Reduction)

2H₂O + 2e⁻ → H₂↑ + 2OH⁻

ผลลัพธ์:

ได้ ก๊าซไฮโดรเจน H₂

ได้ OH⁻ เพิ่มในสารละลาย

🔥 ปฏิกิริยาที่ Anode (ขั้วบวก) → สร้าง O₂

Anode สูญเสียอิเล็กตรอน (Oxidation)

4OH⁻ → O₂↑ + 2H₂O + 4e⁻

ผลลัพธ์:

ได้ ออกซิเจน O₂

OH⁻ ถูกใช้บางส่วนแต่ระบบมี OH⁻ หมุนเวียนต่อเนื่อง

🔄 ปฏิกิริยารวม (Overall Reaction)

รวม Cathode + Anode:

2H₂O → 2H₂ + O₂

NaOH ไม่ถูกใช้ไป → เป็น catalyst / electrolyte ช่วยให้ระบบนำไฟฟ้าดีขึ้น

🧂 ทำไมต้องใช้ NaOH หรือ KOH?

1. เพิ่ม conductivity (นำไฟฟ้าดีขึ้น) จาก ~0.05 μS/cm → 200,000+ μS/cm

2. ช่วยให้กระบวนการเกิดได้ที่แรงดันต่ำกว่า

3. ไม่สลายตัวง่าย (Na⁺, OH⁻ คงอยู่ในสารละลาย)

4. Alkaline ไม่กัดอิเล็กโทรดรุนแรงเท่าระบบกรด

5. ทำงานที่อุณหภูมิสูงได้ เช่น 60–90°C → ประสิทธิภาพสูงขึ้นมาก

⚙️ ภาพรวมการไหลของประจุ

กระแส e⁻ (อิเล็กตรอน) ไหลจาก Anode → Cathode ผ่านวงจรไฟฟ้า

Ion OH⁻ ไหลในสารละลายตามทิศตรงข้าม → สร้างการนำไฟฟ้า

น้ำถูกใช้ที่ทั้งสองขั้ว → ต้องเติมน้ำบริสุทธิ์ให้เพียงพอเสมอ

📌 ระบบ Electrolyzer แบบใช้ NaOH เรียกว่า Alkaline Electrolyzer

**ข้อดี:

•ราคาถูก
•ใช้วัสดุไม่แพง (ไม่ต้องใช้ platinum/iridium เหมือน PEM)
• ทำงานง่าย
• เหมาะกับอุตสาหกรรม 1–50 kg H₂/hr

**ข้อเสีย:

• ความบริสุทธิ์ H₂ ต่ำกว่า PEM
• ต้องดูแล electrolyte (NaOH)
• มีความเสี่ยงการ cross-mix gas ถ้าแยกห้องไม่ดี

🧩 สรุป

Cathode (–): น้ำรับ e⁻ → ได้ H₂

Anode (+): OH⁻ เสีย e⁻ → ได้ O₂

NaOH: เพิ่มการนำไฟฟ้า ทำให้กระบวนการเกิดง่ายขึ้น ไม่ถูกใช้ไป

DC: บังคับให้เกิดการแยกน้ำทำให้ได้ H₂ และ O₂ แยกขั้วอย่างปลอดภัย

μS/cm คือหน่วยวัด ค่าการนำไฟฟ้า (Electrical Conductivity) ของของเหลว เช่น น้ำ สารละลายกรด–ด่าง และสารละลายอิเล็กโทรไลต์ต่าง ๆ

ความหมาย

μS/cm = microsiemens per centimeter

คือ “ไมโครซีเมนส์ต่อเซนติเมตร”

1 μS = 1×10⁻⁶ S (siemens)

หน่วยนี้ใช้บอกว่า

น้ำหรือสารละลาย นำไฟฟ้าได้ดีแค่ไหน

ยิ่งค่านี้สูง → มี ion มาก → นำไฟฟ้าดี

ยิ่งค่านี้ต่ำ → น้ำบริสุทธิ์มาก → นำไฟฟ้าไม่ดี

📌 ค่าเปรียบเทียบที่พบบ่อย

ประเภทน้ำ/สารละลาย ค่าการนำไฟฟ้า (μS/cm)

- น้ำ DI แบบ Ultra Pure (อิเล็กทรอนิกส์) 0.055 μS/cm
- น้ำ RO ดี 10–30 μS/cm
- น้ำประปาทั่วไป 200–700 μS/cm
- น้ำกร่อย 1,000–5,000 μS/cm
- น้ำทะเล ~50,000 μS/cm
- สารละลาย NaOH 20–30% (ใช้ใน Electrolysis) 100,000–250,000 μS/cm


🔧 ทำไม Electrolysis ต้องการค่าการนำไฟฟ้าสูง?

เพราะน้ำบริสุทธิ์ นำไฟฟ้าไม่ดีมาก → กระบวนการแยกน้ำจะช้ามาก
จึงเติม NaOH หรือ KOH เพื่อเพิ่ม μS/cm ให้สูงระดับ 100,000–200,000 μS/cm แล้วกระบวนการเดินได้ดี

🎯 สรุป

μS/cm คือค่าการนำไฟฟ้า ยิ่งสูง → นำไฟฟ้าดี, ยิ่งต่ำ → น้ำบริสุทธิ์มาก
_________________________________

คำอธิบาย “ไอออนในระบบ Alkaline Electrolysis” แบบครบ ถ่องแท้ และเข้าใจง่าย:

🔋 Alkaline Electrolysis คืออะไร?

เป็นการแยกน้ำด้วยกระแสไฟฟ้า โดยใช้น้ำผสม ด่าง (Alkali) เช่น

KOH (โพแทสเซียมไฮดรอกไซด์)

NaOH (โซเดียมไฮดรอกไซด์)

สารละลายด่างให้ไอออนที่เคลื่อนที่ได้ดี → ทำให้กระแสไฟฟ้าไหลผ่านน้ำได้

ไอออนสำคัญในระบบ Alkaline Electrolysis

ในสารละลาย KOH หรือ NaOH จะมีไอออนหลัก 2 ชนิด:

1) OH⁻ (Hydroxide ion) → ผู้เล่นตัวจริง

เป็น “ตัวนำประจุ” ที่วิ่งจาก แคโทด → แอโนด

2) K⁺ หรือ Na⁺

ไอออนบวกจากด่าง แต่ ไม่ค่อยมีบทบาทในปฏิกิริยา

หน้าที่คือ “รักษาสมดุลประจุในน้ำ” แต่ไม่ได้เข้าไปเกิดปฏิกิริยาโดยตรง

ไอออนทำอะไรใน Alkaline Electrolysis?

👉 ที่แคโทด (Cathode) → เกิด H₂

ปฏิกิริยา:

2H₂O + 2e^- → H₂(g) + 2OH^-

จุดสำคัญ:

น้ำรับอิเล็กตรอน → ได้ไฮโดรเจน

เกิด OH⁻ เพิ่มขึ้นจำนวนมาก

ดังนั้นที่แคโทด:

OH⁻ สร้างขึ้น = ความเข้มข้น OH⁻ สูง

👉 ที่แอโนด (Anode) → เกิด O₂

ปฏิกิริยา:

4OH^- → O₂(g) + 2H₂O + 4e^-

จุดสำคัญ:

OH⁻ เสียอิเล็กตรอน

เกิดออกซิเจน

OH⁻ ถูกทำให้หายไป

ดังนั้นที่แอโนด:

OH⁻ ถูกใช้ = ความเข้มข้น OH⁻ ต่ำลง

🔁 การเคลื่อนที่ของไอออน (Ion Transport Mechanism)

🚀 OH⁻ เคลื่อนที่ผ่านอิเล็กโทรไลต์จากแคโทด → แอโนด

นี่คือหัวใจของระบบ Alkaline

ภาพรวม:

แคโทด → สร้าง OH⁻

แอโนด → ใช้ OH⁻

OH⁻ จึงวิ่งจากแคโทดไปแอโนด เพื่อรักษาสมดุลของประจุ

นี่คือไอออนที่ “เดินทาง” จริง ในระบบ

🔋 สรุปบทบาทของไอออน

2H₂O(l) → 2H₂(g) + O₂(g)

สารละลาย KOH/NaOH ไม่ถูกใช้หมด
→ เพราะ K⁺ และ OH⁻ ทำงานเป็น “ตัวนำไฟฟ้า” เท่านั้น

🔍 สรุปบทบาทของไอออน (สำคัญมาก!)

ไอออน บทบาท เคลื่อนที่หรือไม่

OH⁻ นำไฟฟ้า + เกิด/ถูกใช้ในปฏิกิริยา ✔ เคลื่อนจาก Cathode → Anode
K⁺ / Na⁺ คงสมดุลประจุ แต่ไม่เกิดปฏิกิริยา ❌ แทบไม่เคลื่อน

เข้าใจง่ายในประโยคเดียว

ใน Alkaline Electrolysis ไอออน OH⁻ คือผู้วิ่ง (charge carrier) ทำหน้าที่พาไฟฟ้าผ่านน้ำ ส่วน K⁺/Na⁺ เป็นคนยืนเฉย ๆ คอยรักษาสมดุล

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น