วันเสาร์ที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2565

💧น้ำไฮโดรเจน "ภูมิคุ้มกันบำบัด" ทางเลือกใหม่เอาชนะ...มะเร็ง

แม้เทคโนโลยีทางการแพทย์จะรุดหน้าไปมาก แต่เมื่อพูดถึง “มะเร็ง” ก็ยังคงเป็นโรคที่ครองแชมป์อันดับต้นในการคร่าชีวิตคนมากมายในแต่ละปี
ข้อมูลจาก องค์การอนามัยโลก ระบุว่า ทุกๆปีจะมีผู้ป่วยมะเร็งรายใหม่เพิ่มขึ้นทั่วโลก ประมาณ 14 ล้านคน และเสียชีวิต ถึงปีละ 9-10 ล้านคน

ในประเทศไทยข้อมูลจากกระทรวงสาธารณสุข ระบุว่า มะเร็งยังคงเป็นสาเหตุการตายอันดับ 1 ของคนไทย โดยมีคนไทยเสียชีวิตจากโรคนี้ปีละกว่า 67,000 คน เฉลี่ยชั่วโมงละ 8 คน

ด้วยความรุนแรงของโรค และการเสียชีวิตที่มีจำนวนมากนี้เอง ที่ทำให้แพทย์ นักวิจัย และนักวิทยาศาสตร์ทั่วโลกตื่นตัวที่จะหาทางเอาชนะโรคร้ายนี้

แม้แต่อดีตประธานาธิบดีบารัค โอบามา ของสหรัฐอเมริกา ยังได้ประกาศสนับสนุน โครงการวิจัย “Cancer MoonShot 2020” ตั้งเป้าเอาชนะโรคมะเร็งให้ได้อย่างเด็ดขาด ด้วยวิธีที่เรียกว่า “ภูมิคุ้มกันบำบัด” (Natural Immunotherapy) ให้ได้ภายในปี 2020 และได้มอบเงินทุนวิจัยเพื่อการนี้ถึง 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

โดยมุ่งหวังจะให้โครงการดังกล่าว เป็นเสมือนก้าวย่างอันยิ่งใหญ่ที่จะเปลี่ยนแปลงโฉมหน้าประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติ เช่นเดียวกับการประกาศส่งมนุษย์ไปดวงจันทร์ในสมัยประธานาธิบดีจอห์น เอฟ. เคนเนดี ในปี 1961 ซึ่งนำไปสู่ความสำเร็จในที่สุด

ภูมิคุ้มกันบำบัด (Natural Immunotherapy)

ภูมิคุ้มกันบำบัด (Natural Immunotherapy) ถูกหยิบยกขึ้นมาพูดถึงในช่วงระยะเวลาหลายปีมานี้ โดยล่าสุด สำนักข่าวบีบีซีนำเสนอ ข่าววิศวกรหญิงชาวอเมริกันวัย 49 ปี จูดี้ เพอร์กินส์ ในฐานะผู้ป่วยมะเร็งเต้านมระยะสุดท้ายคนแรกของโลกที่หายขาดด้วยการรักษาแบบ “ภูมิคุ้มกันบำบัด” หรือ Immunotherapy

นพ.สตีเฟน โรเซนเบิร์ก หัวหน้าศัลยแพทย์ของสถาบันมะเร็งแห่งชาติสหรัฐฯ บอกว่า วิธีภูมิคุ้มกันบำบัดมีศักยภาพสูงในการเป็นยารักษา โรคมะเร็ง ซึ่งใช้ได้อย่างครอบคลุมและมีประสิทธิภาพกับมะเร็งทุกชนิด

วารสาร Nature Medicine รายงานว่า เซลล์มะเร็งในร่างกายของเพอร์กินส์ถูกทำลายจนหมด หลังจากแพทย์ใช้วิธีทำให้เซลล์ภูมิคุ้มกันหรือที-เซลล์ (T-cell) ในร่างกายของเธอเอง กลายเป็นเซลล์นักฆ่าที่ออกค้นหาและทำลายเซลล์มะเร็งอย่างมีประสิทธิภาพ

• ภูมิคุ้มกันบำบัด คืออะไร...?

ศ.ดร.พิเชษฐ์ วิริยะจิตรา หัวหน้าคณะนักวิจัย Operation BIM ที่ได้ศึกษาวิจัยวิธีพิชิตเซลล์มะเร็งด้วย “ภูมิคุ้มกันบำบัด” (Natural Immunotherapy) จนประสบความสำเร็จมาตั้งแต่ปี ค.ศ.2008 อธิบายว่า Natural Immunotherapy หรือการรักษาโรคด้วยภูมิคุ้มกันบำบัด คือ การเข้าไปกระตุ้นเสริมสร้างประสิทธิภาพการทำงานหรือยับยั้งการตอบสนองของระบบภูมิคุ้มกันให้อยู่ในภาวะสมดุลไม่มากไม่น้อยเกินไป เรียกว่าเป็นการใช้กลไกธรรมชาติหรือเม็ดเลือดขาวที่มีอยู่ราว 20,000-55,000 ล้านเม็ด ซึ่งเป็นกองทัพที่ยิ่งใหญ่ที่ธรรมชาติสร้างมาให้เราต่อสู้กับโรคด้วยตัวเอง เพื่อกระตุ้นให้ร่างกายใช้กลไกธรรมชาติที่มีต่อสู้กับโรคด้วยตัวเอง

“จริงเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ ในประเทศไทยเองมีการวิจัยเรื่องนี้มานานมากแล้ว เพียงแต่อาจจะไม่เหมือนในต่างประเทศ” ดร.พิเชษฐ์บอก พร้อมกับให้ข้อมูลว่า ในสหรัฐอเมริกาที่มีการรายงาน ข่าวออกไปแล้วนั้น แพทย์ใช้วิธีผ่าตัดนำชิ้นส่วนเนื้อร้ายออกมาวิเคราะห์พันธุกรรมว่ามียีนกลายพันธุ์ในส่วนใด ที่เซลล์ภูมิคุ้มกันของคนไข้จะพอมองเห็นและเข้าโจมตีได้บ้าง จากนั้นก็มองหาเซลล์ภูมิคุ้มกันส่วนน้อยที่ได้ผ่านเข้าไปโจมตีเซลล์มะเร็งแล้วจากชิ้นส่วนเนื้อร้ายของคนไข้ แล้วจึงนำเซลล์ภูมิคุ้มกันที่มีประสบการณ์โจมตีเซลล์มะเร็งแล้วนี้ไปเพาะให้มีจำนวนเพิ่มขึ้นเป็นหลายพันล้านเซลล์ ก่อนจะนำมาคัดเลือกเอาแต่ที่มีคุณสมบัติสามารถมุ่งเป้าโจมตียีนกลายพันธุ์ในส่วนที่เป็นจุดอ่อนของเซลล์มะเร็งได้

แล้วจึงฉีดเซลล์ภูมิคุ้มกัน 9 หมื่นล้านเซลล์ที่ผ่านการเพาะและคัดเลือกแล้วนี้ กลับเข้าไปในร่างกายของคนไข้ ซึ่งก็พบว่าหนึ่งสัปดาห์ต่อมาคนไข้มีอาการดีขึ้นก้อนเนื้อในทรวงอกยุบตัวเล็กลงและหายไปภายในเวลาไม่กี่สัปดาห์

หัวหน้าคณะนักวิจัย Operation BIM บอกว่า ในประเทศไทยมีการวิจัยในห้องปฏิบัติการอย่างต่อเนื่องกว่า 39 ปี โดยค้นพบว่ามีสารกลุ่ม Xanthones ที่มีสรรพคุณในการกระตุ้นภูมิคุ้มกันเพื่อเข้าไปบำบัดโรคมีคุณสมบัติเพิ่มความสามารถของเม็ดเลือดขาวในการกำจัดสิ่งแปลกปลอมได้ดี จริงๆแล้วมีอยู่ในธรรมชาติ

โดยเฉพาะผลไม้ไทยโดยพบว่าสาร GM-1 ในมังคุดมีคุณสมบัติเพิ่มความสามารถของเม็ดเลือดขาวในการต่อสู้กับโรคร้ายโดยเฉพาะมะเร็งได้ดี ยิ่งเมื่อนำมาเสริมฤทธิ์ด้วยสารสกัดจากพืชและผลไม้อีก 4 ชนิด คือ ถั่วเหลือง งาดำ ฝรั่ง และบัวบก ยังพบว่ามีประสิทธิภาพสูงมากขึ้นในการกระตุ้นการทำงานของเซลล์เม็ดเลือดขาวชนิด Th1, Th9, Th17 และ Interleukin-18

“เซลล์เม็ดเลือดขาวเหล่านี้ จริงๆก็คือ เซลล์ภูมิคุ้มกัน หรือที่เรียกว่าที เซลล์ ซึ่งเป็นเซลล์ชนิดเดียวกับที่แพทย์ในอเมริกาฉีดกลับเข้าไปให้คนไข้ในการต่อสู้กับมะเร็งทำหน้าที่เสมือนกองทหารสื่อสาร ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการฆ่าเซลล์มะเร็งของเม็ดเลือดขาวกลุ่มเพชฌฆาต Cytotoxic T-Cell อย่างเห็นได้ชัด”

ศ.ดร.พิเชษฐ์ บอกว่า แม้ว่าการผ่าตัด การฉายรังสี และเคมีบำบัด จะเป็นวิธีการรักษาโรคมะเร็งที่วงการแพทย์ปัจจุบันยอมรับว่ามีประสิทธิภาพมากที่สุด แต่ด้วยผลข้างเคียงที่ค่อนข้างรุนแรงต่อผู้ป่วย เช่น คลื่นไส้
ผมร่วง และการกดภูมิคุ้มกัน ทำให้ในช่วงหลายสิบปีที่ผ่านมา

วงการแพทย์ทั่วโลกพยายามหาวิธีใหม่ๆในการเอาชนะมะเร็ง ความสำเร็จที่เกิดกับผู้ป่วยชาว อเมริกันคราวนี้ จะเป็นการจุดประกายให้วิธีที่เรียกว่า “ภูมิคุ้มกันบำบัด” ได้รับการยอมรับมากขึ้น ทั้งในแง่การรักษา และการลดผลข้างเคียงต่างๆในการต่อสู้กับโรคมะเร็ง.

ที่มา : ไทยรัฐออนไลน์ ( https://www.thairath.co.th/content/1380932 )

 http://www.apco.co.th/invester501/information/551-news-apco03102018.html#

@น้ำดื่มไฮโดรเจน ภูมิคุ้มกันบำบัด

💧Telomere ความลับของเซลล์ (cell) ที่ช่วยให้อายุยืนยาว

Telomere ความลับของเซลล์ (cell) ที่ช่วยให้อายุยืนยาว

ในปี 2009 นักวิทยาศาสตร์ 3 ท่าน Elizabeth H. Blackburn, Carol W. Greider และ Jack W. Szostak ได้ร่วมกันรับรางวัลโนเบลทางการแพทย์ ในการค้นพบกระบวนการป้องกันการสูญเสียยีนของโครโมโซมด้วยเทโลเมียร์ (Telomere) และเอนไซม์ Telomerase ถือเป็นการค้นพบที่ยิ่งใหญ่ 
Telomere (เทโลเมียร์) คือส่วนปลายสุดของโครโมโซม ทำหน้าที่เสมือนส่วนหุ้มโครโมโซม เปรียบเทียบให้เข้าใจง่าย คือพลาสติกที่หุ้มบริเวณปลายเชือกรองเท้า ป้องกันไม่ให้เชือกหลุดลุ่ย โครโมโซมทำหน้าที่เป็นที่เก็บหน่วยพันธุกรรมของเรา เช่น สีผิว สีผม สีตา

เมื่อร่างกายมีการแบ่งเซลล์ ส่วนของ Telomere จะหดสั้นลง ซึ่งร่างกายก็มีกระบวนการป้องกันโดยผลิต enzyme Telomerase (เอนไซม์เทโลเมอเรส) ที่จะเข้ามาช่วยสร้าง รักษาและป้องกันไม่ให้ความยาวของ Telomere ลดลง 

Telomere จะมีความยาวมากที่สุดเมื่อตอนเราเกิด เมื่ออายุมากขึ้น Telomere จะสั้นลงจนถึงจุดๆหนึ่ง เรียกว่าจุดวิกฤต (Critical point) ทำให้เซลล์นั้นเสื่อมและตายไปในที่สุด เป็นที่มาของความเสื่อม(Aging) ที่เกิดขึ้นในอวัยวะต่างๆ รวมถึงโรคภัยไข้เจ็บจากความเสื่อม

การหดสั้นของ Telomere สามารถถูกกระตุ้นให้หดสั้นลงจากปัจจัยสิ่งแวดล้อม ส่วนมากจะเป็นปัจจัยรอบตัวและรูปแบบการใช้ชีวิตเป็นส่วนใหญ่ เช่น การสูบบุหรี่, ความเครียด, นอนไม่หลับ, โรคเบาหวาน, โรคความดันโลหิตสูง, โรคหลอดเลือดหัวใจ, โรคอ้วน, โรคมะเร็ง, ภาวะ Oxidative Stress, ภาวะติดเชื้อและการอักเสบ, โรคตับอักเสบ, โรคภูมิแพ้ตัวเอง, โรคกระดูกพรุน, โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์, การใช้ยาในทางที่ผิด เป็นต้น

• เราสามารถตรวจความยาวเทโลเมียร์ได้หรือไม่?

ก้าวใหม่ในการวัดความยาวของ Telomere (Telomere length) หรือดัชนีวัดความชราภาพของเซลล์ ปัจจุบันนี้เราสามารถตรวจวัดความยาวของเทโลเมียร์ได้เเล้ว เพียงแค่เจาะเลือดแล้วส่งตรวจ ได้ประโยชน์ในการเข้าใจอายุเซลล์และวางแผนเพื่อความสมดุลในการใช้ชีวิตเพื่ออายุยืนได้

https://www.thrivewellnessth.com/post/telomere-%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%A5-%E0%B8%9A%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%8B%E0%B8%A5%E0%B8%A5-cell-%E0%B8%97-%E0%B8%8A-%E0%B8%A7%E0%B8%A2%E0%B9%83%E0%B8%AB-%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%A2-%E0%B8%A2-%E0%B8%99%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%A7

@น้ำดื่มไฮโดรเจน ภูมิคุ้มกันบำบัด