♦️ไขมันในเลือดสูง เสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือด
⦿ ภาวะไขมันในเลือดสูง
โดยปกติร่างกายคนเราจะมีไขมันอยู่ 2 ชนิด คือ
1️⃣ คอเลสเตอรอล (Cholesterol) อาจมี ระดับสูงขึ้นจากอาหารที่รับประทาน เช่น อาหาร หวาน มัน เค็ม เนื้อสัตว์ติดมัน และอาหารทะเล โดยเฉพาะไขมันทรานส์ พบได้ในขนมอบ ขนมกรุบ กรอบ และครีมเทียม ในผู้ป่วยบางรายอาจมีระดับ คอเลสเตอรอลสูงจากกรรมพันธุ์ โดย คอเลสเตอรอลแบ่งเป็น
➤ ชนิดความหนาแน่นต่ำ (LDL) หรือไขมัน ชนิดที่ไม่ดี เป็นชนิดอันตรายเพราะเป็น คอเลสเตอรอลที่ไปสะสมในผนังหลอดเลือด ทำให้หลอดเลือดแดงตีบและแข็ง เป็น สาเหตุของการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ ตัน และหลอดเลือดสมองตีบ
➤ ชนิดความหนาแน่นสูง (HDL) หรือไขมัน ชนิดที่ดี ทำหน้าที่ขจัดไขมันอันตรายไปจาก กระแสเลือด ต่อต้านการสะสมผิดที่ของไข มันและคอเลสเตอรอล ช่วยลดความเสี่ยง ในการเกิดโรคเส้นเลือดหัวใจตีบ HDL ยิ่ง สูงยิ่ง ต่อร่างกาย
2️⃣ ไตรกลีเซอไรด์ (Triglyceride) อาจมี ระดับสูงขึ้นจากโรคบางอย่าง เช่น โรคอ้วน โรค เบาหวาน การดื่มสุรา และยาบางชนิด เช่น ยา ฮอร์โมน สเตียรอยด์ เป็นต้น ผู้ป่วยบางรายอาจมี ระดับไตรกลีเซอไรด์สูงจากกรรมพันธุ์เช่นกัน
เมื่อใดที่ร่างกายมีไขมันมากเกินไป ไขมันจะไป เกาะตามผนังด้านในของหลอดเลือด ถ้าไขมันสูง มากจะมีผลทำให้หลอดเลือดตีบ เลือดไหลเวียนไม่ สะดวก โดยเฉพาะบริเวณขาทำให้เดินแล้วปวด น่อง และอาจส่งผลทำให้เลือดไปเลี้ยงหัวใจไม่ เพียงพอ เกิดโรคหัวใจขาดเลือดหรืออาจทำให้ เลือดไปเลี้ยงสมองไม่เพียงพอ เกิดเป็นอัมพฤกษ์ อัมพาต โดยเฉพาะในผู้ที่สูบบุหรี่ ยิ่งมีความเสี่ยง ต่อการเกิดโรคหัวใจ อัมพาต อัมพฤกษ์ มากขึ้น ระดับไขมันในร่างกายที่ปกติ คือ คอเลสเตอรอล ต่ำกว่า 200 มก./ดล. ไตรกลีเซอร์ไรด์ ต่ำ กว่า 200 มก./ดล. และเอชดีแอล คอเลสเตอรอล สูงกว่า 35 มก./ดล.
⦿ สาเหตุการเกิดภาวะไขมันในเลือดสูง
1. ความผิดปกติทางกรรมพันธุ์
2. โรคบางอย่าง เช่น โรคเบาหวาน โรคอ้วน ขาดฮอร์โมนจากต่อมไทรอยด์
3. จากยาบางชนิด เช่น ยาขับปัสสาวะ สเตียรอยด์
4. การรับประทานอาหารไม่ถูกหลัก โภชนาการ
5. การดื่มสุราเป็นประจำ
⦿ ข้อควรปฏิบัติสำหรับผู้มีภาวะไขมันในเลือดสูง
1. จำกัดอาหารและเลือกรับประทานให้เหมาะสม
2. งดเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์
3. งดสูบบุหรี่
4. ควบคุมน้ำหนักให้ได้มาตรฐาน
5. ออกกำลังกายสม่ำเสมอด้วยการวิ่ง เดิน เร็ว หรือขี่จักรยาน ช่วยลดปริมาณไขมันในเลือด และเพิ่มระดับของ HDL ได้อย่างดี ควรทำอย่าง ต่อเนื่องสัปดาห์ละ 3 4 ครั้ง ครั้งละ 20-30 - นาที
♦️ น้ำดื่มไฮโดรเจนดับไขมันในเลือด
การศีกษาการดื่มน้ำไฮโดรเจน 0.9-1.0 ลิตร/วัน ต่อปริมาณ องค์ประกอบ และกิจกรรมทางชีวภาพของไลโปโปรตีนในซีรั่มในผู้ป่วย 20 รายที่มีแนวโน้มเป็นโรคภาวะเมแทบอลิกซินโดรม (Metabolic Syndrome) คือ ภาวะที่เกิดจากการเผาผลาญอาหารของร่างกายที่ผิดปกติ การวิเคราะห์ซีรัมแสดงให้เห็นว่าการบริโภคน้ำไฮโดนเจน เป็นเวลา 10 สัปดาห์ส่งผลให้ระดับคอเลสเตอรอลรวม (TC) และ LDL-คอเลสเตอรอล (LDL-C) ในซีรั่ม ลดลง
การวิเคราะห์ Western blot พบว่า apolipoprotein (apo)B100 และ apoE ในซีรัมลดลงอย่างเห็นได้ชัด นอกจากนี้ เราพบว่า ไฮโดรเจน ปรับปรุงการทำงานของ HDL อย่างมีนัยสำคัญโดยประเมินด้วยวิธีอิสระสี่วิธี ได้แก่
1️⃣ การป้องกันต่อการเกิดออกซิเดชันของ LDL
2️⃣ การยับยั้งปัจจัยเนื้อร้ายของเนื้องอก (TNF) - การยึดเกาะของ monocyte ที่เกิดจากαกับเซลล์บุผนังหลอดเลือด,
3️⃣ การกระตุ้นของคอเลสเตอรอล การไหลออกจากเซลล์โฟมมาโครฟาจ
4️⃣ การป้องกันเซลล์บุผนังหลอดเลือดจากการตายของเซลล์ TNF-α นอกจากนี้ เราพบว่าการบริโภคน้ำไฮโดรเจน ส่งผลให้เอนไซม์ต้านอนุมูลอิสระ superoxide dismutase เพิ่มขึ้น และสารที่ทำปฏิกิริยากับกรด thiobarbituric ในซีรั่มและ LDL ลดลง
⦿ สรุป: การดื่มน้ำไฮโดรเจน จะลดระดับ LDL-C และ apoB ในซีรั่ม ปรับปรุงการทำงานของ HDL ที่เกิดจากภาวะไขมันในเลือดผิดปกติ และลดความเครียดจากปฏิกิริยาออกซิเดชัน และมีบทบาทที่เป็นประโยชน์ในการป้องกันโรคเมตาบอลิซึม (Metabolic Syndrome) คือ ภาวะที่เกิดจากการเผาผลาญอาหารของร่างกายที่ผิดปกติไป ทำให้เกิดปัญหาเรื่องความดันโลหิตสูง เบาหวาน และไขมันสูง ที่อาจเกิดขึ้น
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น