วันพฤหัสบดีที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2568

💦 ประชากรกว่า 2,000 ล้านคนทั่วโลก หรือราว 1 ใน 4 ของทั้งโลก ยังขาดแคลนน้ำดื่มสะอาดและปลอดภัย


26 ส.ค. 68 องค์การสหประชาชาติ ึ(UN) เผยประชากรกว่า 2,000 ล้านคนทั่วโลก หรือราว 1 ใน 4 ของทั้งโลก ยังขาดแคลนน้ำดื่มสะอาดและปลอดภัย พร้อมเตือนเป้าหมายการเข้าถึงน้ำดื่มอย่างทั่วถึงภายในปี 2030 อาจไกลเกินเอื้อม

  องค์การอนามัยโลก (WHO) และ กองทุนเพื่อเด็กแห่งสหประชาชาติ (UNICEF) ระบุว่า การขาดแคลนบริการน้ำสะอาด สุขาภิบาล และสุขอนามัย (WASH) ไม่เพียงสร้างอุปสรรคต่อคุณภาพชีวิต แต่ยังเพิ่มความเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของโรคร้ายแรง โดยเฉพาะในชุมชนที่ยากจนและเปราะบางทั่วโลก โดยเตือนว่าความคืบหน้าในการบรรลุเป้าหมาย “การเข้าถึงน้ำดื่มสะอาดสำหรับทุกคนภายในปี 2030” กำลังล่าช้าอย่างมาก และมีแนวโน้มจะไม่สำเร็จตามที่ตั้งเป้าไว้

โดยจากข้อมูลพบว่าปี 2023 มีประชากรกว่า 2.1 พันล้านคน ยังไม่มีน้ำดื่มที่จัดการอย่างปลอดภัย และมีมากกว่า 100 ล้านคน ยังคงต้องพึ่งน้ำผิวดิน เช่น แม่น้ำ หนองน้ำ และคลอง โดยองค์การสหประชาชาติได้กำหนดระดับมาตรฐานน้ำดื่มไว้ 5 ระดับ ระดับสูงสุดคือ "น้ำดื่มที่จัดการอย่างปลอดภัย" หมายถึงน้ำที่เข้าถึงได้สะดวกในพื้นที่ที่อยู่อาศัย ใช้ได้ตลอดเวลา และปราศจากการปนเปื้อน ทั้งจากเชื้อโรคและสารเคมี ส่วนระดับที่ต่ำกว่านั้นได้แก่ น้ำดื่มขั้นพื้นฐาน น้ำดื่มแบบจำกัด น้ำที่ไม่ผ่านการปรับปรุง และน้ำผิวดิน
รูดิเกอร์ เครช ผู้อำนวยการฝ่ายสิ่งแวดล้อมของ WHO ย้ำว่า น้ำ สุขาภิบาล และสุขอนามัย ไม่ใช่สิทธิพิเศษ แต่เป็น สิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐาน พร้อมเรียกร้องให้ทั่วโลกเร่งดำเนินการเพื่อแก้ปัญหานี้

แม้ว่าตั้งแต่ปี 2015 เป็นต้นมา จะมีคน 961 ล้านคน ได้เข้าถึงน้ำดื่มปลอดภัยมากขึ้น ทำให้สัดส่วนผู้มีน้ำดื่มสะอาดเพิ่มจาก 68% เป็น 74% แต่ความคืบหน้ายังไม่เร็วพอ โดยรายงานชี้ว่า มี 28 ประเทศ ที่ประชากรมากกว่า 1 ใน 4 ยังไม่สามารถเข้าถึงบริการน้ำสะอาดขั้นพื้นฐาน ส่วนใหญ่อยู่ในทวีปแอฟริกา

อย่างไรก็ตาม ความพยายามระดับโลกยังมีผลบ้าง เช่น จำนวนประเทศที่ยกเลิกการใช้น้ำผิวดินเป็นน้ำดื่ม เพิ่มจาก 142 ประเทศในปี 2015 เป็น 154 ประเทศในปี 2024

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น