วันเสาร์ที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2569

💧ใช้แก๊ส HHO ร่วมในขั้นตอนเติมไฮโดรเจนหลังไพโรไลซิส เผาใบอ้อยเป็นน้ำมันดิบชีวภาพ (Bio-oil)

💧ใช้แก๊ส HHO ร่วมในขั้นตอนเติมไฮโดรเจนหลังไพโรไลซิส (Upgrading / Hydrotreating)
  • หลักการ: น้ำมันชีวภาพ (Bio-oil) ที่ได้จากใบอ้อยในตอนแรกจะมีออกซิเจนสูง คุณภาพต่ำ
  • การทำหน้าที่ของ HHO: ในบางงานวิจัย จะมีการแยกองค์ประกอบไฮโดรเจนจาก HHO เพื่อนำเข้าไปทำปฏิกิริยา Hydrodeoxygenation (HDO) ร่วมกับตัวเร่งปฏิกิริยา เพื่อดึงเอาออกซิเจนออกจากน้ำมันชีวภาพ ทำให้ได้น้ำมันที่มีความบริสุทธิ์และมีค่าความร้อน (Heating Value) ที่สูงขึ้นใกล้เคียงปิโตรเลียมมากขึ้น
เทคโนโลยีแปรรูปเป็น น้ำมันชีวภาพ (Bio-oil) ได้ ด้วยกระบวนการทางเคมี เช่น การเปลี่ยนสภาพด้วยความร้อน (Pyrolysis) โดยใบอ้อยประมาณ 4 กิโลกรัม สามารถผลิตน้ำมันชีวภาพได้ 1 ลิตร 

รายละเอียดของนวัตกรรมนี้มีดังนี้:
  • กระบวนการผลิต: ใช้เทคโนโลยีไพโรไลซิส (Pyrolysis) เผาใบอ้อยในสภาวะที่ไม่มีออกซิเจน ใช้เวลาประมาณ 30-40 นาที เพื่อเปลี่ยนสถานะให้กลายเป็นของเหลว 
  • ผลลัพธ์ที่ได้: น้ำมันชีวภาพที่ได้มีคุณสมบัติใกล้เคียงกับน้ำมันเตา สามารถนำไปใช้เป็นพลังงานทดแทนในภาคอุตสาหกรรม และสามารถนำไปกลั่นต่อยอดเป็นเชื้อเพลิงอื่นๆ ได้ 
  • ประโยชน์: ช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับเศษวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตร ลดการเผาทำลายซึ่งเป็นสาเหตุหลักของปัญหาฝุ่นละออง PM 2.5

🛢️การกลั่นน้ำมันชีวภาพ (Bio-oil)
  • กระบวนการผลิต: ใช้เทคโนโลยีไพโรไลซิส (Pyrolysis) เผาใบอ้อยในสภาวะที่ไม่มีออกซิเจน ใช้เวลาประมาณ 30-40 นาที เพื่อเปลี่ยนสถานะให้กลายเป
  • ผลลัพธ์ที่ได้: น้ำมันชีวภาพที่ได้มีคุณสมบัติใกล้เคียงกับน้ำมันเตา สามารถนำไปใช้เป็นพลังงานทดแทนในภาคอุตสาหกรรม และสามารถนำไปกลั่นต่อยอดเป็นเชื้อเพลิงอื่นๆ ได้
การกลั่นน้ำมันชีวภาพ (Bio-oil) แตกต่างจากการกลั่นน้ำมันดิบปิโตรเลียมอย่างมาก เนื่องจากน้ำมันชีวภาพดิบมีน้ำและออกซิเจนปนอยู่สูง (ราวๆ 20-30%) หากนำไปต้มกลั่นตรงๆ จะเกิดการแยกตัวและกลายเป็นยางเหนียว (Char) จึงจำเป็นต้องผ่านกระบวนการปรับปรุงคุณภาพด้วยไฮโดรเจน (Hydrotreating) หรือใช้ตัวเร่งปฏิกิริยาเคมีก่อน
เมื่อผ่านกระบวนการปรับปรุงคุณภาพและนำไปกลั่นแยกสัดส่วน (Fractional Distillation) แล้ว จะได้สัดส่วนของ น้ำมันเบนซิน (Gasoline) และ น้ำมันดีเซล (Diesel) แตกต่างกันไปตามเทคโนโลยีและวัตถุดิบ โดยเฉลี่ยภาพรวมของผลงานวิจัยระดับสากล มีสัดส่วนดังนี้
  • น้ำมันดีเซลชีวภาพ (Green Diesel): คิดเป็นประมาณ 45% - 66% ของสัดส่วนน้ำมันที่กลั่นได้
  • น้ำมันเบนซินชีวภาพ (Green Gasoline): คิดเป็นประมาณ 15% - 21% ของสัดส่วนน้ำมันที่กลั่นได้
  • ส่วนที่เหลือ: เป็นน้ำมันก๊าดชีวภาพ เครื่องบิน (Jet Fuel / Kerosene) ประมาณ 15% - 28% และกากน้ำมันหนักเหนียว 
🌿 ปริมาณน้ำมันสำเร็จรูปสำเร็จหลังการกลั่นแยกส่วนใบอ้อย 10 ตัน จะได้น้ำมันชีวภาพดิบ (Bio-oil) ประมาณ 2,500 ลิตรปริมาณน้ำมันสำเร็จรูปสำเร็จหลังการกลั่นแยกส่วน

เมื่อนำน้ำมันดิบ 2,500 ลิตร ไปดึงออกซิเจนออกและกลั่นแยกสัดส่วน  จะได้น้ำมันแต่ละชนิดในปริมาณประมาณการได้ดังนี้:
  • น้ำมันดีเซลชีวภาพ (Green Diesel): ประมาณ 1,125 ถึง 1,650 ลิตร (เน้นได้ปริมาณมากที่สุดเนื่องจากโครงสร้างโมเลกุลพืชเอื้อต่อดีเซล)
  • น้ำมันเบนซินชีวภาพ (Green Gasoline): ประมาณ 375 ถึง 525 ลิตร
  • อื่นๆ (น้ำมันก๊าด / น้ำมันเครื่องบินชีวภาพ / กากหนัก): ประมาณ 375 ถึง 700 ลิตร
💰คำนวณรายได้

ใบอ้อยสด 1,500 กิโลกรัม → ตากแห้งเหลือ 1,000 กิโลกรัม → อัดได้ใบอ้อยก้อน 1 ตัน 

ใบอ้อยก้อนน้ำหนัก 1 ตัน (1,000 กิโลกรัม) ที่ความชื้นมาตรฐานโรงงาน (ไม่เกิน 15-20%) ราคา 900 บาท

นำใบอ้อยก้อนไปผลิตน้ำมันชีวภาพ

🔹ใบอ้อยกัอน 10 ตัน เป็นเงิน 9,000 บาท

🔹กลั่นน้ำมันชีวภาพได้ 2,500 ลิตร ราคา ลิตรละ 30 บาท เป็นเงิน 2,500 × 30 บาท = 75,000 บาท

🔹ค่าคาร์บอนเครดิต: ชาวไร่จะมีโอกาสได้เงินเพิ่มประมาณ180 ถึง 1,400 บาทต่อไร่ต่อปี (เป็นรายได้บริสุทธิ์เพิ่มเติมจากค่าต้นอ้อยและค่าใบอ้อยก้อน)

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น