💧ใช้แก๊ส HHO ร่วมในขั้นตอนเติมไฮโดรเจนหลังไพโรไลซิส (Upgrading / Hydrotreating)
- หลักการ: น้ำมันชีวภาพ (Bio-oil) ที่ได้จากใบอ้อยในตอนแรกจะมีออกซิเจนสูง คุณภาพต่ำ
- การทำหน้าที่ของ HHO: ในบางงานวิจัย จะมีการแยกองค์ประกอบไฮโดรเจนจาก HHO เพื่อนำเข้าไปทำปฏิกิริยา Hydrodeoxygenation (HDO) ร่วมกับตัวเร่งปฏิกิริยา เพื่อดึงเอาออกซิเจนออกจากน้ำมันชีวภาพ ทำให้ได้น้ำมันที่มีความบริสุทธิ์และมีค่าความร้อน (Heating Value) ที่สูงขึ้นใกล้เคียงปิโตรเลียมมากขึ้น
เทคโนโลยีแปรรูปเป็น น้ำมันชีวภาพ (Bio-oil) ได้ ด้วยกระบวนการทางเคมี เช่น การเปลี่ยนสภาพด้วยความร้อน (Pyrolysis) โดยใบอ้อยประมาณ 4 กิโลกรัม สามารถผลิตน้ำมันชีวภาพได้ 1 ลิตร
รายละเอียดของนวัตกรรมนี้มีดังนี้:
- กระบวนการผลิต: ใช้เทคโนโลยีไพโรไลซิส (Pyrolysis) เผาใบอ้อยในสภาวะที่ไม่มีออกซิเจน ใช้เวลาประมาณ 30-40 นาที เพื่อเปลี่ยนสถานะให้กลายเป็นของเหลว
- ผลลัพธ์ที่ได้: น้ำมันชีวภาพที่ได้มีคุณสมบัติใกล้เคียงกับน้ำมันเตา สามารถนำไปใช้เป็นพลังงานทดแทนในภาคอุตสาหกรรม และสามารถนำไปกลั่นต่อยอดเป็นเชื้อเพลิงอื่นๆ ได้
- ประโยชน์: ช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับเศษวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตร ลดการเผาทำลายซึ่งเป็นสาเหตุหลักของปัญหาฝุ่นละออง PM 2.5
🛢️การกลั่นน้ำมันชีวภาพ (Bio-oil)
- กระบวนการผลิต: ใช้เทคโนโลยีไพโรไลซิส (Pyrolysis) เผาใบอ้อยในสภาวะที่ไม่มีออกซิเจน ใช้เวลาประมาณ 30-40 นาที เพื่อเปลี่ยนสถานะให้กลายเป
- ผลลัพธ์ที่ได้: น้ำมันชีวภาพที่ได้มีคุณสมบัติใกล้เคียงกับน้ำมันเตา สามารถนำไปใช้เป็นพลังงานทดแทนในภาคอุตสาหกรรม และสามารถนำไปกลั่นต่อยอดเป็นเชื้อเพลิงอื่นๆ ได้
⛽ การกลั่นน้ำมันชีวภาพ (Bio-oil) แตกต่างจากการกลั่นน้ำมันดิบปิโตรเลียมอย่างมาก เนื่องจากน้ำมันชีวภาพดิบมีน้ำและออกซิเจนปนอยู่สูง (ราวๆ 20-30%) หากนำไปต้มกลั่นตรงๆ จะเกิดการแยกตัวและกลายเป็นยางเหนียว (Char) จึงจำเป็นต้องผ่านกระบวนการปรับปรุงคุณภาพด้วยไฮโดรเจน (Hydrotreating) หรือใช้ตัวเร่งปฏิกิริยาเคมีก่อน
เมื่อผ่านกระบวนการปรับปรุงคุณภาพและนำไปกลั่นแยกสัดส่วน (Fractional Distillation) แล้ว จะได้สัดส่วนของ น้ำมันเบนซิน (Gasoline) และ น้ำมันดีเซล (Diesel) แตกต่างกันไปตามเทคโนโลยีและวัตถุดิบ โดยเฉลี่ยภาพรวมของผลงานวิจัยระดับสากล มีสัดส่วนดังนี้
- น้ำมันดีเซลชีวภาพ (Green Diesel): คิดเป็นประมาณ 45% - 66% ของสัดส่วนน้ำมันที่กลั่นได้
- น้ำมันเบนซินชีวภาพ (Green Gasoline): คิดเป็นประมาณ 15% - 21% ของสัดส่วนน้ำมันที่กลั่นได้
- ส่วนที่เหลือ: เป็นน้ำมันก๊าดชีวภาพ เครื่องบิน (Jet Fuel / Kerosene) ประมาณ 15% - 28% และกากน้ำมันหนักเหนียว
🌿 ปริมาณน้ำมันสำเร็จรูปสำเร็จหลังการกลั่นแยกส่วนใบอ้อย 10 ตัน จะได้น้ำมันชีวภาพดิบ (Bio-oil) ประมาณ 2,500 ลิตรปริมาณน้ำมันสำเร็จรูปสำเร็จหลังการกลั่นแยกส่วน
เมื่อนำน้ำมันดิบ 2,500 ลิตร ไปดึงออกซิเจนออกและกลั่นแยกสัดส่วน จะได้น้ำมันแต่ละชนิดในปริมาณประมาณการได้ดังนี้:
- น้ำมันดีเซลชีวภาพ (Green Diesel): ประมาณ 1,125 ถึง 1,650 ลิตร (เน้นได้ปริมาณมากที่สุดเนื่องจากโครงสร้างโมเลกุลพืชเอื้อต่อดีเซล)
- น้ำมันเบนซินชีวภาพ (Green Gasoline): ประมาณ 375 ถึง 525 ลิตร
- อื่นๆ (น้ำมันก๊าด / น้ำมันเครื่องบินชีวภาพ / กากหนัก): ประมาณ 375 ถึง 700 ลิตร
💰คำนวณรายได้
ใบอ้อยสด 1,500 กิโลกรัม → ตากแห้งเหลือ 1,000 กิโลกรัม → อัดได้ใบอ้อยก้อน 1 ตัน
ใบอ้อยก้อนน้ำหนัก 1 ตัน (1,000 กิโลกรัม) ที่ความชื้นมาตรฐานโรงงาน (ไม่เกิน 15-20%) ราคา 900 บาท
นำใบอ้อยก้อนไปผลิตน้ำมันชีวภาพ
🔹ใบอ้อยกัอน 10 ตัน เป็นเงิน 9,000 บาท
🔹กลั่นน้ำมันชีวภาพได้ 2,500 ลิตร ราคา ลิตรละ 30 บาท เป็นเงิน 2,500 × 30 บาท = 75,000 บาท
🔹ค่าคาร์บอนเครดิต: ชาวไร่จะมีโอกาสได้เงินเพิ่มประมาณ180 ถึง 1,400 บาทต่อไร่ต่อปี (เป็นรายได้บริสุทธิ์เพิ่มเติมจากค่าต้นอ้อยและค่าใบอ้อยก้อน)
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น